October 21, 2018

นวัตกรรมใหม่ของการแพทย์ รักษาโรคด้วย Stemcell

ในเมืองไทย กฎหมายอนุญาตให้ใช้สเต็มเซลล์เฉพาะการรักษาโรคในระบบโลหิตวิทยาและมะเร็งบางประเภทเท่านั้น

“ประเทศไทยอนุญาตให้ใช้เซลล์ต้นกำเนิดในการรักษาโรคในระบบเลือด ซึ่งก็คือการปลูกถ่ายไขกระดูกที่ทำกันมานานแล้ว” วีระพงษ์ ประสงค์จีน เภสัชกรปริญญาเอกผู้เชี่ยวชาญด้านเซลล์ต้นกำเนิดให้ข้อมูล

จากข้อมูลของแพทยสภา ยกตัวอย่างโรคหรืออาการที่ผู้ป่วยจะได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดหรือการปลูกถ่ายไขกระดูก ได้แก่ โรคไขกระดูกฝ่อ (Aplastic anemia), โรคโลหิตจางพันธุกรรม (Thalassemia), มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง (leukemia), มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) และมะเร็งในเซลล์พลาสมาชนิดมัลติเพิล มัยอิโลมา (Multiple Myeloma: MM)

แม้ค่ารักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูกจะสูงมาก แต่ผู้ป่วยก็มีสิทธิ์ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ค่อนข้างครอบคลุม ไม่ว่าจะอยู่ในระบบสวัสดิการข้าราชการ ประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือประกันสังคม โดยผู้ป่วยที่มีสิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการสามารถทำรายการเบิกจ่ายตรงได้ กรณีของผู้ป่วยที่ลงทะเบียนไว้กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะได้รับค่าชดเชยแบบเหมาจ่าย 800,000 บาท ขณะที่สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายให้ผู้ประกันตนในอัตรา 750,000 บาทแก่สถานพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนจนสิ้นสุดกระบวนการ

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์สเต็มเซลล์ในแง่การฟื้นฟูและเสริมความงาม และรักษาโรคอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ไม่มีการรับรองผลอย่างเป็นทางการ พวกเขาจึงต้องดั้นด้นและเดินทางไปเข้ารับการรักษาในประเทศที่เปิดให้บริการอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อาทิ สหรัฐ ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้

การนำสเต็มเซลล์มาช่วยรักษาความงามนั้น วีระพงษ์มองว่าเป็นความสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เขายืนยันว่าเครื่องสำอางที่อ้างว่ามีส่วนผสมของสเต็มเซลล์เป็นการดูถูกสติปัญญาของผู้บริโภค เพราะการที่จะสามารถรักษาชีวิตของสเต็มเซลล์เอาไว้ได้ เครื่องสำอางเหล่านั้นจะต้องอยู่ในสภาวะควบคุมทั้งอุณหภูมิ และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นไปไม่ได้แน่นอนที่จะสามารถคงชีวิตของสเต็มเซลล์เอาไว้จนถึงมือผู้บริโภค

ขณะที่การดูดเซลล์ไขมันในร่างกายออกมาแล้วฉีดเฉพาะเซลล์ต้นกำเนิดกลับเข้าไปในตัวคนไข้เพื่อชะลอริ้วรอย วีระพงษ์เตือนว่าถ้ายังไม่มีรายงานวิจัยรับรอง อย่าเพิ่งเอาตัวเข้าไปเสี่ยงทดลองจะดีที่สุด พร้อมแนะนำว่า การเสริมสร้างสเต็มเซลล์ใหม่ที่ดีที่สุดทำได้ง่ายๆ ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่ผู้บริโภคพึงตระหนักไว้เสมอคือ ดาบสองคมของเซลล์ต้นกำเนิด ที่สามารถแบ่งตัวเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ ก็สามารถแบ่งตัวขยายจำนวนขึ้นมาเป็นเนื้อร้ายได้เช่นเดียวกัน

Uncategorized